แม่สุดจุกอก!! ลูกชายชั้นม.5 โดนครูเลวขับรถชนจนสมองพิการ ล่าสุดมาทำกับครอบครัวแบบนี้ แทบล้มทั้งยืน หมดสิ้นทุกอย่าง

แม่จะทำบุญมากกว่าเดิม เพราะสบายใจขึ้น ส่วนบุญทั้งหมดแม่ยกให้น้องจะได้หายป่วย ผมเห็นแม่เป็นลมบ่อยๆ ส่วนพ่อผมรู้ว่าเขาร้องไห้ แต่ไม่เคยเห็นต่อหน้า เพราะพ่อเป็นผู้ชายที่เข็มแข็ง เขาคงไม่อยากให้ลูกเห็นว่าอ่อนแอ.

bandicam-2016-11-27-12-25-18-032

บางครั้งเมื่อเจอมรสุมชีวิตที่หนักเกินกว่าจะรับไหว โชคชะตามักเล่นตลกกับคนยากจน เฉกเช่นเดียวกับครอบครัวหนึ่ง ที่คาดหวังให้ “ลูกชายคนเล็ก” ของบ้าน มีอนาคตที่สดใส เผื่อวันข้างหน้าจะได้เติบโตสร้างเนื้อสร้างตัว พ้นความลำบาก และช่วยดูแลผู้เป็นพ่อ-แม่ ยามแก่ชรา

“จิรายุ แสนนิ่มนวล” หรือ “น้องเป็ด” หนุ่มวัย 19 ปี นักเรียนชั้น ม.5 รร.พบพระวิทยาคม จ.ตาก คือ เด็กหนุ่มผู้เป็นน้องคนสุดท้องของบ้าน เพราะเขามีพี่ชาย 3 คน และพี่สาว 1 คน ซึ่งพี่ชายคนโตได้ละทางโลกบวชเป็นพระ ศึกษาพระธรรมวินัย ส่วนพี่ชายคนรองได้ภรรยา ทำมาหากินอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และพี่ชายคนกลางจบเพียงชั้น ป.6 ส่วนพี่สาวและเจ้าตัวก็กำลังศึกษา และช่วยพ่อแม่ทำไร่-ทำนา

แต่แล้ววันที่ “เด็กหนุ่ม” ผู้นี้กลับต้องเจอในสิ่งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด และไม่อยากให้เกิดขึ้น ช่วงเวลาจวนค่ำ ยามโพล้เพล้ของวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา หลักจากเลิกเรียนเขาได้ขับรถจักรยานยนต์ เพื่อนำ “น้ำปานะ” ไปถวายหลวงพี่ที่วัดละแวกหมู่บ้าน ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับ ทันใดนั้นมีรถยนต์คันหนึ่ง ขับพุ่งชนประสานงากับรถจักรยานยนต์เข้าอย่างจัง ร่างเด็กหนุ่มกระเด็นไถลครูดไปกับพื้นถนน ห่างออกไปจากจุดเกิดเหตุ 3-4 เมตร

“ศรัณย์ แสนนิ่มนวล” อายุ 22 ปี พี่ชายคนกลาง เล่าเหตุการณ์วันที่ต้องอุ้มน้องชายส่งโรงพยาบาล ด้วยว่าแทบไม่อยากจะเชื่อสายตานั้นคือน้องชายของตนเอง ภาพที่เห็นเลือดสีแดงสดไหลออกจากจมูก ขาขวาหัก คงเพราะถูกชนเข้าอย่างแรง เหมือนตนไม่มีแรง แต่ก็พยายามนำน้องชายส่งโรงพยาบาล

“ผมนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน คนอื่นๆ ก็อยู่ในบ้าน ส่วนแม่กำลังอาบน้ำ เพราะเพิ่งจะกลับมาจากทำนา จู่ๆ ก็มีชาวบ้านตะโกนบอกว่า น้องชายถูกรถชน รีบไปดูก็ปรากฏว่าเป็นน้องชายจริง แม่ไม่ไหวเข่าอ่อน ร้องไห้ตลอด ใครจะไปคิด ตอนเย็นน้องยังบอกว่าจะไปที่วัด ห่างจากบ้านแค่ 800 เมตร ภาพที่ผมเห็นน้องกองอยู่กับพื้นถนน หายใจรวยริน รู้สึกสงสารน้อง น้ำตาผมมันไหลออกมาเอง”

บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 4 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งคู่กรณีเป็น “ครู” อีกโรงเรียน โดยอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ “น้องเป็ด” สมองได้รับการกระทบกระเทือน สูญเสียความทรงจำ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ต้องให้อาหารผ่านท่อสายยาง เจาะช่องคอช่วยในการหายใจ และนอนรักษาอาการอยู่บนเตียงเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว

แพทย์ได้แจ้งในเบื้องต้นว่า เด็กหนุ่มรายนี้มีอาการสมองบาดเจ็บ จากการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ส่งผลให้สมองฟกช้ำเลือดออกกระจายทั่วสมอง ตับฉีก ร่างกายช้ำไปทั่วตัว มีลมรั่วและเลือดออกในช่องปอดทั้งสองข้าง และกระดูกซี่โครงหัก 2 ซี่ รวมถึงกระดูกต้นขาข้างขวาหักอีกด้วย

ต้องมีคนดูแลน้องอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก เงินเก็บจากการทำไร่ทำนาก็หมดแล้ว มิหนำซ้ำยังต้องไปกู้หนี้ยืมเงินเพื่อนบ้านมาอีก ค่ารักษาหมดไป 3 แสนแล้ว ทำอย่างไรได้เพราะเราก็ไม่อยากเสียน้องไป คู่กรณีก็บอกจะรับผิดชอบทั้งหมด แต่ก็ไม่เห็นติดต่อกลับ เงินที่เขาช่วยมายังไม่ถึง 3 หมื่นบาทเลย วอนผู้ใจบุญทั้งหลาย เรื่องทางคดีผมก็ไม่รู้จะดำเนินการอย่างไร น้องผมตอนนนี้เสมือนบุคคลทุพพลภาพไปแล้ว

bandicam-2016-11-27-12-25-37-925

ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือน ที่เด็กหนุ่มวัย 19 ผู้นี้ ต้องได้รับการให้ยาเพื่อช่วยบำรุงรักษาสมอง เลือดที่กระจายอยู่ทั่วสมองนั้นละลายจางลง ขณะที่แพทย์ไม่การันตี “จะกลับมาเหมือนเดิม เพราะต้องใช้เวลา” หากอาการ คือเลือดคลั่งในสมองก็สามารถผ่าตัดได้ แต่นี่เลือดออกกระจายทั่วสมอง ระยะนี้จึงทำได้เพียง “ประคับประคอง”

เพียงเฉพาะ “ค่ายาบำรุงสมอง” ต้องจ่ายเป็นเงินสดวันละ 1,800 บาท ซึ่งทำให้ผู้เป็นพ่อ-แม่ ซึ่งมีฐานะยากจนต้องกู้ยืมเงินจำนวนมาก ปัจจุบันยังรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรม รพ.พบพระ จ.ตาก สัญญาณชีพไม่ปกติ แต่ยังไม่รู้สึกตัว ตอบสนองต่อความเจ็บปวดเล็กน้อย ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

ด้วยความที่เด็กหนุ่มรายนี้มีรูปร่างสูงโปร่ง และตัวโตกว่าเพื่อนๆ ในชั้นเรียน เขาจึงมีหนึ่งความฝันที่จะทำให้ครอบครัวได้ภาคภูมิใจ เพราะเขารู้ตัวดีฐานะทางบ้านยากจน จึงตัดสินใจหยุดพักการเรียนไว้ 2 ปี หัดยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ด้วยการออกรับจ้างหาเงินเก็บส่งเสียตัวเองเรียน จนได้เงินเก็บ 1 ก้อน จึงกลับมาเรียนต่อตามความคาดหวังของพ่อ-แม่

แต่เหนือสิ่งใดๆ ทั้งหมด ทุกคนย่อมมีความฝัน เด็กหนุ่มจะสานความฝันของตัวเอง เรียนให้สูงที่สุด เพื่อเป็น “ทหาร” รับใช้ชาติตอบแทนแผ่นดินเกิดได้หรือไม่?

“ผมขอกราบขอบพระคุณที่กรุณาช่วยเผยแพร่ ขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ใจบุญที่จะช่วยน้องผม ตอนนี้แม่ยังเครียดอยู่ ชาวบ้านที่รู้จักกันก็ให้กำลังใจ แม่จะทำบุญมากกว่าเดิม อะไรที่ทำแล้วแม่สบายใจ บุญทั้งหมดแม่ยกให้น้อง เห็นแม่เป็นลมบ่อยๆ ส่วนพ่อผมรู้ว่าเขาร้องไห้ แต่ผมไม่เคยเห็นต่อหน้า เพราะพ่อเป็นผู้ชายที่เข็มแข็ง เขาคงไม่อยากให้ลูกเห็นว่าอ่อนแอ”

ลำบากอยู่แล้ว และกำลังจะลำบากซ้ำหนักกว่าเดิม ครอบครัวใดที่เคยตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ คงรับรู้ความรู้สึกได้ ต่อไปนี้ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คงไม่มีเด็กหนุ่มที่ชื่อ “น้องเป็ด” ช่วยงานที่ไร่-นา อีกแล้ว เพียงเพราะว่า “แค่รับแรงสัมผัสจากมือแม่ น้องยังไม่รู้สึกเลย