เปิดใจอดีต ผอ.รพ.น่าน ชั่วชีวิตไม่เคยคิดจะได้รับความไว้ใจจาก “ในหลวง ร.๙ ” น้ำตาไหลพรากเมื่อนึกถึงประโยคที่ทรงตรัสสั่ง

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 59 นพ.บุญยงค์ วงศ์รักมิตร อายุ 83 ปี อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เปิดเผยว่า เมื่อ พ.ศ.2510 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมทหารที่กองทัพภาคที่ 3 หลังจากที่มี นายทหารเข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลว่ามีทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส นำตัวออกจากแนวหน้าไม่ได้ พระองค์จึงเสด็จประทับเฮลิคอปเตอร์พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พาทหารที่บาดเจ็บออกมา

njpus24ncqkx5e1eziws4ax9hjp5u2bhgiezta3bvyb

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยัง รพ.น่าน

นพ.บุญยงค์ เล่าถึงวันที่จำได้ไม่มีวันลืมแม้ปัจจุบันตนเองจะแก่ชรา ว่า พลทหารบิน มาลิกา ถูกยิงไส้ไหล และที่โคนขา เสียเลือดมาก เดิมจะส่งตัวไปรักษาที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า แต่ไม่ไหว ต้องมารักษาที่ รพ.น่าน ก่อน ชะตากรรมของพลทหารที่บาดเจ็บกลางสมรภูมิจึงต้องขึ้นอยู่กับการช่วยชีวิตของหมอ หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยม พลทหารบิน ที่ จ.น่าน หลังเสด็จฯ มีพระราชดำรัสให้ พล.ร.อ. ม.จ.กาฬวรรณดิศ ดิศกุล สมุหราชองครักษ์ นำหนังสือจากสำนักงานสมุหราชองครักษ์ แจ้งว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพอพระราชหฤทัยกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ รพ.น่าน และมีพระราชประสงค์ที่จะสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ และความต้องการอื่น”

ด้าน นพ.บุญยงค์ จึงกราบบังคมทูลว่า มีสิ่งที่ขาดแคลนคือเครื่องมือแพทย์ และการขยายอาคารเพื่อรับผู้บาดเจ็บ จนเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2511 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ มาเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากการสู้รบที่ รพ.น่าน อีกครั้ง โดยมี นพ.บุญยงค์ เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่าน พร้อมกราบบังคมทูลถวายรายงาน โดยพระองค์พระราชทานเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ เครื่องดูดเลือดและน้ำจากปอด เครื่องดมยาสลบ เครื่องปรับอากาศ ให้ รพ.น่าน ก่อนที่จะตรัสกับ นพ.บุญยงค์ ว่า “เงินที่ขอไปนั้นฉันนำมามอบให้แล้ว ขอให้หมอดำเนินการก่อสร้างเองนะ ไม่ต้องผ่านราชการ ฉันไว้ใจเธอ”

njpus24ncqkx5e1eziws4ax9hjp5u2cuxcpao3dilac

นพ.บุญยงค์ วงศ์รักมิตร ปัจจุบันในวัย 83 ปี
อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน กล่าวอีกว่า เมื่อได้ฟังรับสั่งคำว่า “ฉันไว้ใจเธอ” ในเวลานั้นรู้สึกตื้นตันปลื้มปีติ และไม่อาจบิดพลิ้วต่อการทำงานต่างๆ มากมาย และพระองค์รับสั่งอีกว่า “สร้างเสร็จแล้วให้บอกด้วยนะ ฉันจะมาเปิด” พร้อมเล่าต่อว่า “ผมขอพระราชทานเงินไปสองแสนสี่หมื่นบาท เพื่อใช้ต่อเติมอาคารไม้รองรับผู้ป่วยได้อีก 20-25 คน เอาแค่พอใช้ ไม่ได้คิดว่าจะทาสีด้วยซ้ำไป แต่พอพระองค์ท่านตรัสว่าจะมาเปิด เวลานั้นนึกไม่ออกเลยว่าจะทำอย่างไร”

แต่ปัญหาทั้งมวลก็ลุล่วงไปด้วยความช่วยเหลือของคนไข้รายหนึ่ง คนไข้ที่เราดูแลเขา มาพบ พาลูกชายมาด้วยชื่อ นายทองจุล สิงหกุล เป็น ผอ.กรมโยธาฯ ถามว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็ขอให้บอก นพ.บุญยงค์ จึงบอกว่าได้เงินพระราชทานมาขยายอาคาร ต้องเขียนแปลน ตอนนี้จะทำเป็นไม้แค่พอใช้ไม่ได้แล้ว นายทองจุล ก็ได้ช่วยเหลือเรื่องแบบ หาช่างรับเหมามาทำให้อย่างดี เพราะยิ่งรู้ว่าเป็นเงินพระราชทาน ผู้รับเหมาถึงขนาดควบคุมดูแลการก่อสร้างอย่างดี ซึ่งระหว่างการดำเนินการก่อสร้างฯ นพ.บุญยงค์ ก็ได้รับพระราชทานนามอาคารใหม่ว่า “พิทักษ์ไทย” เป็นอาคารที่ใช้รองรับผู้บาดเจ็บจากการสู้รบต่อเนื่องมาอีกหลายปี

กระทั่งวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2512 หลังอาคารสร้างเสร็จ เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ จ.น่าน ได้กราบบังคมทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อทรงเป็นประธานเปิดอาคารศาลากลางจังหวัด และอาคารโรงเรียนราชานุบาล ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน ทางจังหวัดก็ถาม นพ.บุญยงค์ ว่าจะกราบบังคมทูลเชิญเพื่อทรงเปิดอาคารพิทักษ์ไทย ด้วยหรือไม่ นพ.บุญยงค์ เห็นว่าพระองค์ต้องเสด็จฯ ถึง 2 แห่งแล้ว ก็บอกกลับไปว่าคงไม่ต้อง

รอยยิ้มบนใบหน้าอดีต ผอ.รพ.น่าน เล่าถึงวันเฝ้าฯ รับเสด็จ และพระสุรเสียงที่จะตรึงใจไปตลอดชีวิต
ในเวลาต่อมา ม.ล.ปีย์ มาลากุล กรมวังผู้ใหญ่ มาพบ นพ.บุญยงค์ พร้อมบอกว่า พระองค์รับสั่งมาว่า “แล้วตึกฉันล่ะ จะไม่ให้ฉันเปิดหรือ” นพ.บุญยงค์ ก็รู้สึกตกใจ เพราะไม่ได้เตรียมอะไรเลย แต่ ม.ล.ปีย์ บอกว่าไม่ต้องเตรียม เพียงแต่ให้ นพ.บุญยงค์ หาพรมมาผืนหนึ่ง เพราะพระองค์จะประทับยืนทรงพระสุหร่าย (ประพรมน้ำ) ส่วนอื่นๆ จะจัดมาจากกรุงเทพฯ แล้วก็หาสมุดอัลบั้มมาเล่มหนึ่งสำหรับทรงลงพระปรมาภิไธย นพ.บุญยงค์ ก็ได้ทำอย่างแนะนำในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง หาซื้อสมุด 1 เล่ม ราคา 35 บาท เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โดยภายหลังเสร็จพิธีเปิดอาคาร พระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์อีก 50,000 บาท เพื่อซื้อสิ่งของที่จำเป็นอื่นๆ ไว้ที่ รพ.น่าน

njpus24ncqkx5e1eziws4ax9hjp5u2zmapitp5tbp4n

นพ.บุญยงค์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า พระราชดำรัสของพระองค์ มีความหมายกับชีวิตทั้งชีวิต ยิ่งถ้อยพระราชดำรัสว่า “ฉันไว้ใจเธอ” ก็ยิ่งทวีความหมาย “ทุกวันนี้พระสุรเสียงของพระองค์ยังดังก้องอยู่ไม่มีวันลืม และจะจดจำตราบชั่วชีวิตจะหาไม่” สำหรับ นพ.บุญยงค์ ปัจจุบันยังทำงานในฐานะที่ปรึกษา รพ.น่าน แต่ชอบให้เอ่ยถึงว่าเป็นแพทย์อาวุโสจังหวัดน่าน.