สยองขวัญ!! เมื่ออัยการเปิดคลิปวิดีโอ “นายแบงก์อังกฤษทารุณเหยื่อสาวอินโดฯ ในฮ่องกง” ก่อนฆ่าทิ้งอย่างทรมาน

สยองขวัญ !! เมื่ออัยการเปิดคลิปวีดีโอ เนื่องจากจำเลยเป็นนายธนาคารชาวอังกฤษ ชื่อนายรูริก จัตทิง ส่วนเหยื่อที่ถูกพบศพเป็นหญิงชาวอินโดนีเซีย 2 ราย และเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน จากเหตุการณ์นี้เป็นที่สนใจแก่คนหลายประเทศ

Hong Kong British Banker Murder Trial

นายรูริก จัตทิง

การไต่สวนในวันที่ 25 ต.ค. อัยการเปิดภาพวิดีโอบันทึกในโทรศัพท์ของจำเลยแสดงแก่คณะลูกขุน เพื่อประกอบคำฟ้องว่าจำเลยข่มขืนและทรมานน.ส.สุมารตี นิงซีห์ ก่อนลงมือฆ่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 เมื่อตำรวจพบศพเหยื่อ ได้แก่ น.ส.สุมารตี อายุ 23 ปี และน.ส.เซเนง มูเจียซีห์ อายุ 26 ปี ในแฟลตหรูของนายจัตทิง ย่านหว่านไจ๋ ในวันที่ 1 พ.ย.

3

เหยื่อ น.ส.สุมารตี ที่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม

อัยการระบุว่า น.ส.สุมารตี เหยื่อรายแรกถูกทารุณอยู่ 3 วัน ก่อนถูกฆ่าแล้วยัดร่างใส่กระเป๋า ขณะที่พบศพมีสภาพเน่าเปื่อยแล้ว ส่วนน.ส.เซเนง ถูกพบในสภาพถูกมีดแทงที่คอและสะโพก เทปบันทึกจากวิดีโอที่แสดงในศาล มีเสียงจำเลยถามน.ส.สุมารตีว่า รักเขาไหม ก่อนจะลงมือทารุณ พร้อมพูดว่า “เธออยากให้ฉันทุบใช่มั้ย ถ้าตอบว่า ใช่ ฉันจะทุบหนึ่งที แต่ถ้าบอกว่าไม่ล่ะก็ฉันจะทุบสองที และถ้าเธอส่งเสียงร้องล่ะก็ ฉันจะชก เข้าใจมั้ย” จากนั้นก็เป็นเสียงเหยื่อร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

คลิปภาพดังกล่าวเปิดในคณะลูกขุนดูบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของแต่ละคน ที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีไม่ได้เห็น แต่ได้ยินเสียง

หลักฐานนี้อัยการต้องการยืนยันกับคณะลูกขุนว่านายจัตทิงฆ่าน.ส.สุมารตีในห้องน้ำ เพราะเสียงที่ตามมาพูดว่า “ผมชื่อรูริก จัตทิงเมื่อ 5 นาทีที่แล้วผมเพิ่งฆ่าผู้หญิงที่นี่” จากนั้นเป็นภาพถ่ายแสดงให้เห็นร่างของเหยื่อ พร้อมกับคำพูดว่า “ผมจับหล่อนมาตั้งแต่วันเสาร์ ผมข่มขืนหล่อนซ้ำๆ แล้วก็ทรมาน ทารุณอย่างหนัก”

10262057_520799138025825_1538600076186487672_n.jpg

ในสถานบริการแห่งหนึ่งที่นายรูริก จัตทิง มาใช้บริการ

ต่อมา จำเลยพูดถึงการใช้ยาโคเคน และเที่ยวโสเภณีในฮ่องกงและฟิลิปปินส์ และมีจังหวะหนึ่งพูดถึงความเพ้อฝันที่จะกลับไปอังกฤษ ไปลักพาตัวนักเรียนวัยรุ่นมาสักคนแล้วใช้เป็นทาสกาม

ไม่น่าเชื่อว่า นายจัตทิง ผู้ที่เคยจบมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และทำงานในธนาคารชั้นนำอย่างเมอร์ริล ลินช์ จะทำการโหดเหี้ยมขนาดนี้ และคดีนี้เป็นคดีที่กลุ่มปกป้องสิทธิแรงงานต่างด้าวจับตาอย่างใกล้ชิด มีกลุ่มตัวแทนมาประท้วงอยู่หน้าศาลด้วย