ส่งสมาชิก “แก๊งปืนควาย” รับกรรมในคุก!! ศาลตัดสินแล้วคดีฆ่าอริ ข่มขืนแฟนสาวท้อง 3 เดือนผลักตกเหว ชาวเน็ตสะใจรอดูรุ่นพี่รับน้อง

เป็นอีกคดีที่สะเทือนขวัญประชาชนในประเทศไม่น้อย กับความโหดเหี้ยมของสมาชิก แก๊งปืนควาย ฆ่าอริฝังดิน แล้วข่มขืนแฟนสาวที่กำลังตั้งท้องได้ 3 เดือนพร้อมผลักตกเหวกะเอาให้ตายตามกัน โดยล่าสุดคดีได้มีการตัดสินแล้ว ดังรายละเอียดนี้

3

นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุง อ่านคำพิพากษา ฆ่าแล้วฝัง ที่พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุง เป็นโจทก์ น.ส.ดา (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ร่วมกันเป็นโจทก์ นายเอ็กซ์ (นามสมมติ.) กับพวกรวม 3 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่น ซ่อนเร้นทำลายศพ พ.ร.บ. อาวุธปืน และอื่น ๆ

กรณีที่ น.ส.หนึ่ง (นามสมมติ) จำเลยที่ 3 เคยคบหากับ นายภาสกร คงสวัสดิ ผู้ตาย ในฐานะคนรัก

โดยเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2559 เวลาประมาณ 4 นาฬิกา น.ส.หนึ่ง จำเลยที่ 3 นัดให้ผู้ตายมาพบ นายเอ็ม และนายเปี๊ยก จำเลยที่ 1 – 2 จากนั้นใช้ปืนขู่บังคับผู้ตาย และ น.ส.ดา ผู้เสียหาย นั่งซ้อนท้าย ไปที่กระท่อมท้องนา แล้วจำเลยที่ 1 – 2 ร่วมกันข่มขืน น.ส.ดา ผู้เสียหายที่ 2 ที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน และบังคับให้ผู้ตายไปนั่งที่ปากหลุม ก่อนใช้อาวุธปืนลูกซองยิงที่ศีรษะผู้ตาย 1 นัด จนตกลงไปในหลุม จากนั้นบังคับให้ น.ส.ดา ลงไปในหลุมด้วย แต่ น.ส.ดา ร้องขอชีวิต จากนั้นช่วยกันกลบหลุมฝังศพผู้ตาย อำพรางด้วยกิ่งไม้ ต่อมา นายเปี๊ยก จำเลยที่ 2 พา น.ส.ดา ไปพักอาศัยที่บ้าน ในวันที่ 30 ม ค. 59 จำเลยที่ 1 – 2 พา น.ส.ดา นั่งรถยนต์กระบะไปตามถนนเพชรเกษม จนกระทั่งระหว่างทางจังหวัดพัทลุง – ตรัง จำเลยร่วมกันตีและใช้อาวุธมีดแทง น.ส.ดา อีกหลายครั้ง แล้วโยนลงไปข้างทาง ซึ่งมีลักษณะเป็นหุบเขาพับผ้าลักษณะสูงชัน ต่อมามีพลเมืองดีผ่านมาพบ และให้ความช่วยเหลือพาส่งโรงพยาบาลตรัง กระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมจำเลยทั้งสามมาดำเนินคดี ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ

2

ศาลเห็นว่า จำเลยที่ 1 – 2 ทำผิดหลายกรรมต่างกัน ขณะกระทำความผิดจำเลยทั้งสามมีอายุกว่า 15 ปี แต่ต่ำกว่า 18 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 คงจำคุกจำเลยที่ 1 – 2 คนละ 25 ปี 36 เดือน และปรับคนละ 250 บาท ส่วนจำเลยที่ 3 จำคุก 4 เดือน และปรับ 1,500 บาท

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานแสดงข้อเท็จจริงของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุงแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1 – 2 กระทำความผิดหลายข้อหาในลักษณะอุกฉกรรจ์ โดยเป็นการวางแผนคบคิดไว้ล่วงหน้า ผลการกระทำนอกจากทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายและผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัสแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจเป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึก และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง

พฤติการณ์แห่งคดี นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับนิสัยและความประพฤติโดยทั่วไปของจำเลยที่ 1 – 2 มีข้อเสียหายหลายด้าน เกี่ยวข้องกับยาเสพติด คบหาสมาคมกับบุคคลที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม และใช้เวลาว่างไม่เป็นประโยชน์ ทั้งผู้ปกครองก็มิได้อบรมดูแลอย่างเข้มงวด ทำให้มีความเสี่ยงหรือโอกาสในการกระทำความผิดซ้ำได้อีก

การใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนจึงไม่เหมาะสม จึงเห็นสมควรลงโทษจำคุกและปรับจำเลยที่ 1 – 2 เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่เยาวชนรายอื่นในอนาคต สำหรับจำเลยที่ 3 เห็นว่า แม้นิสัยและความประพฤติจะมีข้อเสียหายอยู่บ้าง แต่ผู้ปกครองยังคงรักใคร่ห่วงใย และประสงค์จะรับตัวกลับไปดูแลเอง เพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของจำเลยที่ 3 กลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี และให้คุมความประพฤติไว้ 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขการคุมความประพฤติไว้

ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้จะเป็นเยาวชน ที่เป็นอนาคตของชาติ ได้ทำการฆ่าผู้อื่นอย่างโหดเหี้ยม ไร้ความปราณี ขอให้น้องที่ยังเป็นเยาวชนทุกคน คิดจะทำอะไรก็ขอให้นึกถึงอนาคตของตัวเอง ครอบครัว ดูอย่างเคสนี้ไว้เป็นตัวอย่าง เพราะคนทำผิดต้องได้รับผลกรรมที่ตัวเองทำนะครับ