ความรู้เรื่องโกศ!! แบ่งตามฐานันดรคนที่เสียชีวิตรวมได้ทั้งหมด 14 ชนิด

ใครหลายๆคนอาจจะไม่รู้เรื่องโกศซักเท่าไร ซึ่งวันนี้เราจะนำความรู้เกี่ยวกับเรื่องโกศกันครับ

128854-attachment

โกศคือภาชนะรูปกลมทรงกระบอก ฝาครอบมียอดไว้เก็บศพ    สำหรับเจ้านายเรียกพระโกศ  ขุนนางคนสามัญเรียกโกศ

คำว่า โกศ   แปลได้หลายอย่างคือ  กล่อง คลัง ฉาง ผอบ  โพรง หีบ สรุปคือภาชนะกลวงตรงกลางเก็บสิ่งของไว้ข้างในได้  บางทีก็สะกดว่าโกษ

ประวัติโกศมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ  หลักฐานชัดเจนสมัยรัตนโกสินทร์  โกศที่เราเห็นปัจจุบันสร้างมาตั้งแต่สมัยร.1 เป็นต้นมา  สร้างเพิ่มในสมัยร.5

128855-attachment

ผู้รู้สันนิษฐานว่า  ที่โกศมีลักษณะอย่างนี้เพื่อเคลื่อนย้ายง่ายเวลามีศึกสงครามหรืออพยพไปไหน เช่น  ตอนเจงกิสข่านเสียชีวิตในระหว่างสงครามต้องเอาศพใส่รถเกวียนนำกลับบ้าน แต่ไม่ได้หมายถึงเจงกิสข่านอยู่ในโกศ  แค่เล่าให้ฟังเวลาขนย้ายศพสมัยโบราณ  อยู่ในโกศสะดวกขนย้ายหรือเราอาจจะเดาว่า ทำเลียนแบบดอกบัวก็ได้   อย่างที่เก็บกระดูกตามวัดแบบเก่าแหลมๆเล็กๆก็เรียกบัว

128856-attachment

โกศมีหลายโกศ  แบ่งตามฐานันดรคนที่ตาย    รวมได้ทั้งหมด  14  ชนิดคือ

1  พระโกศทองใหญ่

2  พระโกศทองรองทรง นับเสมอพระโกศทองใหญ่

3  พระโกศทองเล็ก

4  พระโกศทองน้อย

5  พระโกศกุดั่นใหญ่

6  พระโกศกุดั่นน้อย

7  พระโกศมณฑปใหญ่

8  พระโกศมณฑปน้อย

9  พระโกศไม้สิบสอง

10  พระโกศพระองค์เจ้า เดิมเรียกว่า โกศลังกา

11  โกศราชนิกุล

12  โกศเกราะ

13  โกศแปดเหลี่ยม

14  โกศโถ

จากฐานันดรสูงลงมาต่ำตามลำดับ

128857-attachment

เครื่องประกอบพระราชพิธีพระสุกำศพ (มัดตราสัง) มีหน้ากากทอง หวี และธูปเทียน  สำหรับเจ้านายชั้นสูง

128858-attachment

โกศที่เราเห็นนี้มีสองชิ้น  สองชั้น  พูดง่ายว่ามีสองอัน  อันเผาจริงอยู่ใน อันตั้งโชว์สวยๆเวลาสวดครอบอยู่ด้านนอก เหมือนหีบศพชาวบ้านที่มีหีบสลักสวยงามอยู่ด้านนอกนั่นแหละ ชั้นในเรียกว่า โกศ  ชั้นนอกเรียกว่า ลอง แต่ปัจจุบันเรียกสลับกันไปมา   โกศชั้นในเป็นโลหะมีตะแกรงอยู่ด้านล่างให้เลือดน้ำเหลืองไหลลงไหเก็บ

128859-attachment

(รูปตัวอย่าง  สุมเพลิงเผาโกศตัวในที่เป็นโลหะ  สมัยโบราณทำแบบนี้) เวลาเผาก็สุมเพลิงด้านล่าง   โกศชั้นนอกเป็นไม้ประดับสวยงามตามที่เราเห็นกันบ่อยๆ

128860-attachment

ถ้าเป็นเจ้านายชั้นสูงจะมีการถวายรูดพระตะจะ(เนื้อหนัง)   คือพระศพที่เก็บไว้นานสวดเป็นปี  มีแต่หนังแห้งๆติดกระดูกก็รูดหนังนั้นพร้อมพระบุพโพ(น้ำเหลือง)เคี่ยวบนกระทะใบบัวผสมเครื่องหอม เช่น ชะลูด ใบเนียม กันกลิ่น จนเป็นก้อน  แล้วนำไปเผา

128861-attachment

(ถวายพระเพลิงพระบุพโพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี  ราชินีในร.7 ที่วัดเทพศิรินทราวาส)

ส่วนที่ถวายพระเพลิงก็มีเพียงกระดูกมีเนื้อติดเล็กน้อย  ทำให้สะดวกเวลาเผาแต่สมัยใหม่ไม่มีถวายรูดพระตะจะ(เนื้อหนัง)แบบนั้นแล้ว   พระศพเจ้านายองค์สุดท้ายที่ได้อยู่ในพระโกศคือราชินีร.7 หลังจากนั้นใช้หีบพระศพเรื่อยมาเพื่อง่ายต่อการจัดงานต่อไปประมวลรูปภาพพระโกศ  โกศแบบต่างๆ

128863-attachment

(ภาพวาดตามคำบรรยายพระราชพิธีสุกำศพ หรือมัดตราสังเจ้านาย  ฝีมือคุณNavarat.C ผู้รู้ห้องสมุด พันทิป หลายปีก่อน) และต้องมีไม้กาจับหลักแบบนี้อยู่ข้างในด้วย   (เอาไว้รับคาง) ด้วยลักษณะการนั่งทรมานน่าอึดอัดแบบนี้ทำให้เจ้านายหลายองค์ไม่โปรด  ตรัสว่า ตอนฉันตายให้จัดหีบธรรมดา ก็มี

128864-attachment

128866-attachment