พวกวิ่งราว-จี้ชาวบ้านดูไว้!! “หนุ่มใหญ่แขนขาดสู้ชีวิต” ปลอกมะพร้าวส่งลูก 3 คนเรียนป.ตรี ไม่ท้อต่อชะตา แค่ยึดมั่นสิ่งนี้ คนที่ครบ 32 ฟังยังต้องสะเทือน

ต้องยกนี้โป้งให้พี่คนนี้เลย!! หนุ่มใหญ่แขนขาดสู้ชีวิต ส่งลูก 3 คนเรียนหนังสือได้สบายๆ โดยยึดอาชีพขาย “มะพร้าวทึนทึก” หรือมะพร้าวจวนแก่ มีเงินเข้ากระเป๋าเฉลี่ยวันละ 300-400 บาท และมีรายได้ขายปลีกและขายส่งตกเดือนละ 10,000-12,000 บาท เลยทีเดียว ฟังอย่างงี้เเล้ว เป็นแบบอย่างให้คนที่มีร่างกายครบ 32 บริบูรณ์ได้ลุกขึ้นมาต่อสู้ชีวิต โดยไม่อายกับอาชีพทำกิน

พ่อค้าขายมะพร้าวพิการแขน 1 ข้าง คนนี้มีชื่อว่า นายดำรงค์ สิงห์แขก วัย 52 ปี  ที่ปอกเปลือกขายกันสดๆ ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว จนแทบขายไม่ทันกับผู้มารอซื้อ กล่าวว่า ตนเป็นชาวบ้านเชียงยืน หมู่ 4 ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน เดิมทีมีอาชีพรับจ้างก่อสร้างทั่วไป หลังประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์แหกโค้งเมื่อปี 2539 ต้องสูญเสียแขนข้างขวาที่ถนัดและพิการนับแต่นั้นมา ด้วยความเป็นเสาหลักของครอบครัว จึงเปลี่ยนอาชีพมาเร่ขายผลไม้ท้ายรถไปตามหมู่บ้าน เมื่อขายไม่หมดก็เน่าเสียและขาดทุน จึงต้องหาวิธีที่จะเปลี่ยนอาชีพค้าขายใหม่

“ขณะขับรถผ่านหมู่บ้าน พบเห็นต้นมะพร้าวมีลูกเต็มต้น จึงเกิดความคิดว่าน่าจะนำมะพร้าวจากต้นที่สูง ที่เจ้าของน่าจะไม่สามารถปีนขึ้นไปเอามาขายได้ อีกทั้ง มะพร้าวยังขาดตลาดและมีราคาพุ่งสูงไม่หยุด โดยเฉพาะมะพร้าวที่ขูดแล้วนำไปทำขนม ข้าวต้ม และขนมหวานบางชนิดมีราคาสูง บางเดือนแพงตกกิโลกรัมละ 80-100 บาทเลยทีเดียว บางเดือนขาดตลาด จึงน่าจะยึดเป็นอาชีพหลักได้ หลังติดหนี้งวดรถมา 2-3 เดือน และต้องมีภาระส่งลูก 3 คนเรียนหนังสืออีกด้วย” หนุ่มใหญ่พิการแขนขวา

นายดำรงค์ กล่าวต่อไปว่า จึงนำรถกระบะวีโก้ที่เคยเร่ขายผลไม้ ตระเวนเร่ซื้อทั้ง 12 อำเภอ เมื่อพบต้นก็จะขอเหมาซื้อมะพร้าวของชาวบ้านที่ปลูกไว้ในบ้านรั้วบ้าน ราคาลูกละ 10 บาท โดยใช้ไม้เกี่ยวผูกตะขอยาว 15-20 เมตร เกี่ยวลงมา ก่อนนำมาปอกขายลูกเล็ก 15-20 บาท ลูกใหญ่ 25-30 บาท โดยใช้คีมความยาว 2 ฟุตที่ประดิษฐ์เอง ใช้เท้าสองข้างหนีบไว้ คีบดันเปลือกมะพร้าวออก จึงใช้แขนซ้ายและต้นแขนขวาที่พิการดันเปลือกออก ก่อนใช้มีดพร้า 1 ด้ามสับก้นมะพร้าวที่คมออกจึงวางขายบนแคร่ไม้ไผ่ ซึ่งต้องตื่นแต่ตี 3 วันนี้มีลูกสาวคนเล็กมาขายช่วยด้วย เพราะเป็นวันหยุด ปกติจะมาขายแค่คนเดียว ส่วนภรรยาเลี้ยงโค-กระบือ และกรีดยางอยู่บ้าน

หนุ่มใหญ่พิการแขนขาดวัย 52 ปี กล่าวและว่า มะพร้าวที่ปอกเปลือกขาย จะเร่มาขายเฉพาะที่ตลาดนัดไทย-ลาว วันจันทร์และวันพฤหัสบดีแห่งเดียว เวลาที่เหลือก็จะเร่ซื้อปอกส่งร้านเล็กขนมไทย ร้านขนมหวานชื่อดังในตัวเมืองครั้งละ 80-100 ลูก ขณะวางขายที่ตลาดนัดแม่ค้าก็จะรู้แห่มาซื้อไปทำน้ำมะพร้าว ไส้ขนม โรยหน้าข้าวต้มมัด บัวลอยไข่หวาน ผู้ที่มาจับจ่ายบางรายก็ซื้อกลับบ้านไปประกอบอาหารทำแกงคั่วกะทิ พะแนง เป็นต้น แต่ต้องทำไปขูดเองอีกรอบ เพราะที่ตนวางขายปอกแต่เปลือกให้ และมีราคาถูกกว่าท้องตลาด

“ทำให้มีรายได้เฉลี่ยต่อวันตกวันละ 300-400 บาท ต่อเดือน 10,000-12,000 บาท จนใกล้จะส่งค่างวดรถหมดแล้ว และยังมีแบ่งเหลือส่งเสียให้ลูกสาววัย 13 ปี คนเล็กเรียนชั้น ม.1 ส่วนลูกชายคนกลางเรียนชั้น ปวช.3 พร้อมลูกชายคนโตเรียนต่อระดับปริญญาตรีได้สบายๆ และจะยึดอาชีพนี้จนส่งลูกเรียนจบ ป.ตรีทั้ง 3 คนจนหมดลมหายใจ จึงอยากบอกคนที่กำลังท้อแท้กับชีวิต ไม่มีอาชีพและงานทำว่า จงเลือกงานที่ตนเองถนัดซื่อสัตย์สุจริต สำคัญที่สุดก็คือเรารังเกียจงานที่ทำอยู่หรือไม่ และจงอย่าได้อายทำกิน” หนุ่มใหญ่พิการแขนขาด กล่าวในตอนท้าย