ไม่เอาแล้วโว้ย!! สาวคาราโอเกะวิ่งหนีร้องลั่น หลังมีหนุ่มมาซื้อบริการ ลูกค้าไม่พอใจรุมยำเจ้าของเลยสวนด้วย.38 สาหัส พอรู้สาเหตุของเรื่องขำกันทั้งสน.

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระยอง รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ชุมชนบ้านก้นปึก ซอยเสริมทรัพย์ ถนนสมุทรคงคา ต.ปากน้ำ เขตเทศบาลนครระยอง ที่เกิดเหตุพบกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหลายคนรุมทำร้ายนายทองใบ วงศ์ละคร อายุ 55 ปี คนดูแลร้านคาราโอเกะ ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า และมีคนถูกยิงบริเวณหน้าท้องได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน ทราบชื่อนายอรรณพ สินสมุทร อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่รีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลระยอง

ระยอง-บิ๊กไซซ์

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายทองใบ วงศ์ละคร คนดูแลร้านคาราโอเกะถูกรุมทำร้าย เป็นคนใช้อาวุธปืนยิงนายอรรณพ สินสมุทร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมนายทองใบ และได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุโดยนำไปซุกไว้ในกระถางต้นไม้ หน้าบ้านเลขที่ 225/17 ไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนายดนัย เจริญรัตน์ อายุ 21 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนพร้อมด้วยนายอรรณพ สินสมุทร และเพื่อนรวม 5 คน ได้มาเที่ยวร้านคาราโอเกะ “บ้านก้นปึก” ได้ตกลงกับหญิงสาวในร้านคาราโอเกะเพื่อร่วมหลับนอนเป็นการชั่วคราวในราคา 2,500 บาท ซึ่งนายอรรณพได้ตอบตกลงและจ่ายเงินให้กับเจ้าของร้านคาราโอเกะ และพาหญิงสาวไปร่วมหลับนอนที่ห้องพักในซอยดังกล่าว จากนั้นไม่นานหญิงร้านคาราโอเกะคนดังกล่าวได้วิ่งหนีออกจากห้อง ส่งเสียงร้องเอะอะโวยวาย หลังเห็นขนาดเจ้าโลกของนายอรรณพที่มีขนาดใหญ่และยาวว่าอย่างนี้ไม่ไหว กลัว ขณะเดียวกันนายอรรณพได้เดินตามออกมาร้องบอกว่าได้ตกลงค่าตัวกันแล้วทำไมไม่ร่วมหลับนอนด้วย จึงเกิดการโต้เถียงกับหญิงสาว

ลูกชายนายทองใบจึงเข้ามาเพื่อเจรจากัน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ลูกชายนายทองใบเกิดอารมณ์โมโหเข้าชกต่อยหน้ากลุ่มเพื่อน จึงเกิดการชกต่อยชุลมุนกัน นายทองใบคนดูแลร้านคาราโอเกะเห็นเหตุการณ์จึงเข้ามาห้ามปราม จึงโดนชกเข้าที่ใบหน้า จึงไปคว้าปืนขนาด .38 มม.ยิงใส่ในกลุ่มเพื่อนๆ นัดแรกกระสุนด้าน จึงยิงซ้ำอีกนัดกระสุนเข้าที่ท้องนายอรรณพจนได้รับบาดเจ็บ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพร้อมกับกลุ่มเพื่อนนายอรรณพ ที่ไปเที่ยวร้านคาราโอเกะ บ้านก้นปึกด้วย พร้อมแจ้งข้อหานายทองใบ วงศ์ละคร ข้อหาพยายามฆ่า มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป