เสียชีวิตแล้ว!! “เด็กม.4” เหยื่อกระสุนปืนหนุ่มใหญ่วิศวะ ปมจอดรถขวาง ล่าสุดคนลงมือเป็นแบบนี้แล้ว หลังวงจรปิดจับภาพเหตุระทึกได้

เสียชีวิตแล้ว!! “เด็กม.4” เหยื่อกระสุนปืนหนุ่มใหญ่วิศวกร ปมจอดรถขวางทางกันบริเวณสะพานปลาอ่างศิลา จ.ชลบุรี ส่วนทางด้านหนุ่มใหญ่วิศวกรรอมอบตัว แต่เกิดความเครียดทำให้ภาวะความดันโลหิตสูงมาก ต้องรีบนำส่ง รพ.ม.บูรพา ให้แพทย์รักษาอาการโดยด่วน

1

ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสุเทพ โภชน์สมบูรณ์ อายุ 50 ปี อาชีพวิศวกร ขับรถเก๋งมาสด้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ฌต 5057 กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยภรรยา คือ น.ส.อภิญญา อายุ 49 ปี มารดา คือ นางพิลัย และ ด.ช.ก้องภพ โภชน์สมบูรณ์ หลานชาย เดินทางจาก กทม.มาเที่ยวบางแสน แล้วขากลับแวะซื้ออาหารทะเลที่สะพานปลาอ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี เสร็จแล้วจะขับรถกลับ มีรถตู้มาจอดปิดท้าย ทำให้รถออกไม่ได้ น.ส.อภิญญา จึงไปขอให้รถตู้เปิดทางให้หน่อย แต่ปรากฏว่า ในรถตู้มีกลุ่มวัยรุ่นหลายคนลงมามีปากเสียงกัน เพราะกลุ่มวัยรุ่นก็ลงไปซื้ออาหารทะเลแล้วไม่มีทีท่าจะย้ายรถ นายสุเทพ จึงลงมาแล้วก็เกิดปากเสียงกันอีก
ในที่สุดรถตู้ก็เปิดทาง นายสุเทพ จึงขับรถออกมาตามเส้นทางถนนอ่างศิลา ได้ประมาณ 1 กม.ก็เห็นรถตู้ขับตามมาอย่างกระชั้นชิด เห็นท่าไม่ดีจึงจอดริมถนน สามแยกครกใหญ่ เห็นหน่วยกู้ภัยจำนวนมากเพื่อหวังหากมีเรื่องกันหน่วยกู้ภัยก็จะได้ช่วยเหลือ
แต่เมื่อ นายสุเทพจ อด ทันใดนั้นรถตู้ก็จอดขวางปิดหัวรถ และยังมีรถเก๋งของกลุ่มเดียวกันจอดปิดท้าย แล้วกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากทั้ง 2 คัน ต่างลงมาล้อมรถ และกระชากประตูรถ จากนั้นรุมทำร้ายผลัดกันชกต่อย นายสุเทพ จึงกลัวว่ากลุ่มวัยรุ่นจะไปรุมทำร้ายมารดา ภรรยา และหลานชาย จึงกลับไปหยิบปืนขนาด .380 มม.อยู่ในกระเป๋าสะพายในรถออกมายิงขู่ออกไป 1 นัด แต่กระสุนไปถูกเข้าที่ใต้ราวนมซ้ายของ นายนวพล ผึ่งผาย หรือน้องปอน นร.ชั้น ม.4 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งใน กทม. นำส่ง รพ.ชลบุรี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วน นายสุเทพ ก็ยืนรอมอบตัวพร้อมอาวุธปืนต่อตำรวจเพื่อสู้คดีต่อไป หลังมอบตัวระหว่างสอบสวน นายสุเทพ เกิดภาวะความดันโลหิตสูงมาก ต้องรีบนำส่ง รพ.ม.บูรพา ให้แพทย์รักษาอาการ โดยให้ ตร.ควบคุมไว้ ขณะนี้ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นไว้ก่อน

เรื่องนี้ก็คงเป็นอุทาหรณ์ได้ดีสำหรับคนใจร้อน และวัยโจ๋ขาเก๋าทั้งหลาย ไม่รู้เขาไม่รู้เราอย่าไปมีเรื่องกับใครจะดีที่สุด อะไรรอได้ก็ควรรอ อะไรทนได้ก็ควรทน อีกฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต อีกฝ่ายหนึ่งต้องมีคดีความซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มเลยสำหรับทุกคน