รู้ไว้ก่อนใคร ข้อมูลเตรียมตัวก่อนขึ้น “เขาคิชฌกูฎ” 2560!! ปีนี้เข้มงวดสุดๆ ถ้าไม่อยากเสียเวลาเช็คให้ชัวร์

เป็นที่รู้กันดีว่าช่วงเวลาประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะทำกันอยู่เสมอ ก็คือการได้ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี อยู่เสมอ เพราะหลายคนเชื่อว่าจะได้โชคดี และได้รับสิ่งที่ดีเสมอ สำหรับคนที่ทำงานก็ไปขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าศักดิ์สิทธิ์จริง แต่ปีนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างไปบ้าง จะมีอะไรบ้างที่ต้องเปลี่ยนไปดูกันเลยค่าา

1

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองร่วมกับคณะสงฆ์ 9 วัด ในพื้นที่ อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ร่วมหารือเพื่อหาข้อยุติการปฏิบัติขึ้นนมัสการพระพุทธบาทพลวง ให้เป็นไปตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัด

2

.

3

ผลการประชุมข้อสรุปว่า การขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทจะไม่ตรงตามกำหนดเวลาที่กำหนด เนื่องจากเตรียมการไม่ทันอาจล้าช้าไม่น้อยกว่า 10 วัน และห้ามมิให้จำหน่ายสินค้าบนภูเขาทุกจุด ห้ามปลูกที่พักบนภูเขาเพิ่มเติมไม่ว่ากรณีใดๆ แต่ให้อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎเป็นผู้พิจารณา พื้นที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาแสวงบุญ สำหรับการบวชชีพราหมณ์ บวชได้แต่ห้ามพักแรมบนภูเขา อนุญาตเฉพาะพระภิกษุที่ได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น การนำดอกดาวเรืองขึ้นไปสักการะด้านบนนำมาไว้ที่เนินเมตตาและห้ามผู้แสวงบุญและคนงานพักแรมบนภูเขาเด็ดขาด

โดยข้อสรุปทั้งหมดทางอำเภอจะแจ้งให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ จากนั้นจะนำมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ที่เดินทางมานมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงต่อไป โดยนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ 2560 เปิดให้ขึ้นนมัสการวันที่ 28 มกราคม – 28 มีนาคม 2560 เริ่มบวงสรวงเปิดงาน วันที่ 26 มกราคม 2560 และ บวงสรวงปิดงาน วันที่ 28 มีนาคม 2560  โดยมีรถยนต์บริการรับ-ส่ง ขึ้น-ลงเขา หรือเดินเท้าขึ้น-ลงเขาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประวัติ บนยอดเขาคิชฌกูฏ ที่อยู่สูงเทียมเมฆนั้น เป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย สูงกว่า 1,050 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งสูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ทุกๆปีในช่วงที่เปิดให้มีการขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทนั้น จะมีพุทธศาสนิกชนจาริกแสวงบุญมายังยอดเขาแห่งนี้เป็นจำนวนมาก เพื่อมาสักการะแผ่นหินซึ่งเชื่อว่าพระพุทธองค์ทรงมาประทับรอยพระบาทไว้ ด้วยความศรัทธาและความเชื่อในอานิสงส์ที่แรงกล้าว่าการได้นมัสการรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ถือเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวและชีวิต

รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ มีลักษณะเป็นรอยบนหินแผ่นใหญ่ มีรอยบุ๋มลึกประมาณ 2 เมตรเศษกว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร ค้นพบที่ยอดเขาพระบาทห่างจากที่ทำการอุทยานเขาคิชฌกูฏราว 4 กม. และต้องเดินเท้าไปสู่ยอดเขาอีกราว 3 กม. มีประวัติว่ารอยพระพุทธบาทนี้ได้ค้นพบโดยนายพรานหาของป่า ที่เดินขึ้นไปบนเขาคิชฌกูฏเมื่อปี พ.ศ.2397 ซึ่งได้พบกับแหวนนาคขนาดใหญ่ และแผ่นหินที่มีรูปก้นหอยเหมือนรอยเท้าและได้แจ้งให้กับหลวงพ่อเพชรเจ้าคณะจังหวัดทราบ เมื่อตรวจสอบดูก็พบรอยพระพุทธบาทนั้นจริงชาวบ้านต่างก็พากันขึ้นมานมัสการจนกลายเป็นประเพณีสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้

ในบริเวณยอดเขาคิชฌกูฏนั้นยังมีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับตำนานและความเชื่อทางพระพุทธศาสนา เช่นก้อนหินขนาดใหญ่มีรูปคล้ายกับบาตรพระคว่ำ ใกล้กับหินรูปรอยพระพุทธบาท ศิลาเจดีย์รอยพระหัตถ์ รอยเท้าพญามาร ?ถ้ำฤๅษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่า และช้างขนาดยักษ์เป็นต้น

เดิมทีนั้นพระพุทธบาทแห่งนี้เป็นที่รู้จักอีกชื่อว่าพระบาทพลวง แต่ในปี พ.ศ.2515 พระครูธรรมสรคุณผู้เป็นหลักในการพัฒนาพระบาทพลวง ได้เสนอให้นำชื่อของเขาคิชฌกูฏจากพุทธประวัติมาใช้เป็นชื่อของภูเขาที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงราชคฤห์ ซึ่งคันธกุฎีเคยเป็นสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้าในอดีต และตั้งอยู่บนยอดเขานั้นมาใช้ เพื่อเป็นที่รำลึกถึงพระองค์และแสดงถึงความเจริญในพระพุทธศาสนาอย่างสูงส่งของประเทศไทย