โอ้ปปะ หล่อสาวตะลึง!! จากหนุ่มโอ่งมังกร ผอมเพรียวนายแบบต้องยอม ไม่ต้องออกกำลังหักโหม คนแห่ส่องสูตรสนั่น

มีสมาชิกเว็ปไซค์พันทิพที่ใช้ชื่อว่า F74 ได้มีการตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า สวัสดีปีใหม่ 2017 ทุกท่านน่ะครับ วันนี้ผมก็มีประสบกาณ์การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี มาแชร์ให้เพื่อนๆทราบกัน โดยผมจะอธิบายเกี่ยวกับการลดน้ำหนักค่อนข้างละเอียดมากๆในกระทู้นี้ให้เพื่อนๆได้นำไปใช้ในการลดน้ำหนักดูน่ะครับ : )
ขอแนะนำตัวเองก่อน ผมชื่อ ฟิวส์ อายุ 26 ปี เริ่มลดน้ำหนักจริงจัง ตอนเดือน กุมภา 2016 ครับตอนนั้น น้ำหนักที่ผมเริ่มผมน้ำหนักอยู่ที่ 110 กก. ผ่านมาถึงวันนี้ครบ 10 เดือนแล้วที่น้ำหนักผมลงมาเหลือ 72 กก. จริงๆน้ำหนักผมลงมาเหลือ 72 กก. ตั้งแต่ตอนเดือน 8 ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้น้ำหนักผมก็คงที่อยู่แถวๆ 72-75 กก. ไม่เกินนี้ครับ ที่ผมมาสร้างกระทู้นี้เป้าหมายหลักคือ ให้ความรู้ความเข้าใจในการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำหนัก หรือ คอร์สลดน้ำหนักใดๆทั้งสิ้นน่ะครับ โดยสิ่งที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้ หลักๆเลย คือ 1.การควบคุมอาหาร 2.การออกกำลังกาย 3.การพักผ่อน ครับ
เกริ่นก่อน ผมเป็นคนรูปร่างอ้วนมาตั้งแต่กำเนิดจะเป็นคนที่ชอบกินทุกอย่าง ของทอด ข้าวมันไก่ คืออาหารที่โปรดปรานของผมที่สุด สมัยมัธยมผมเคยน้ำหนักสูงถึง 96 กก. สมัยนั้นผมเล่นกีฬาแบบจริงจัง เตะบอล 5 วันต่อสัปดาห์ เช้า-กลางวัน-เย็น ว่างตอนไหนเตะตอนนั้น ทำให้น้ำหนักสมัยมัธยมผมลงมาเหลือ 70 กก. ก่อนที่ผมจะเข้าสู่ประตูรั้วมหาลัย เพื่อนฝูงแยกย้ายตามมหาลัยต่างๆ และพอเข้าสู่ชีวิตมหาลัยก็ไม่ได้แตะการเล่นกีฬาอีกเลย รวมถึงเป็นยุคแห่ง บุฟเฟ่ห์ ที่มีกระจายทุกที่หากินง่ายมากๆจากทุกแห่ง รวมทั้งการใช้ชีวิตที่มีอิสระมากขึ้น ตามใจปากมากขึ้น ผมใช้ระยะเวลา 6 ปี จากเด็กผอมหุ่นดี กลับมาอ้วนอีกทีก็ 110 กก. ภายในเวลาแค่ 6 ปีเท่านั้น บุฟเฟ่ห์ หมูกระทะ ชาบู กินแทบทุกสัปดาห์ รู้ตัวอีกทีก็มีสภาพแบบนี้แล้วครับมาไกลเกินคิดจริงๆ 555+ โดยเหตุผลหลักๆของการอ้วน ไม่มีไรมากเลยครับ นอกจาก “กิน” ล้วนๆครับ >,,,<
มีแค่ใจในการลดน้ำหนักอย่างเดียว มันยังไม่พอน่ะครับ เพราะบางคนขาดความรู้เกี่ยวกับ การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง บางคน มีความเข้าใจผิดๆ เช่น งดอาหารเย็น งดแป้ง ออกกำลังกายให้หนักเข้าไว้ ถามว่า ทำแบบนี้ น้ำหนักลดไหม ผมก็ตอบเลยว่า ลด และ ลดลงแบบเร็วมากด้วย แต่ก็กลับมาอ้วนง่ายเช่นกัน เพราะอะไร เพราะขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารที่ถูกต้อง พอทำได้ระยะนึง 2-3 เดือน มันจะต้องมีถึงจุดสิ้นสุดการกระทำแบบนี้ ไม่มีใครที่สามารถ งดข้าวเย็น หรือ งดแป้ง ได้ตลอดชีวิต พอกลับมารับประทานแบบเดิมน้ำหนักก็จะกลับมาเท่าเดิม เพราะไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารที่ถูกต้องนั้นเองครับ

ดังนั้น หัวใจสำคัญในการลดน้ำหนักเลย ผมแบ่งเป็น 1.การควบคุมอาหาร 60% 2.การออกกำลังกาย 30% 3.การพักผ่อน 10% ครับ โดยทั้ง 3 ข้อนี้ตัวผมเองทำที่บ้านไม่ได้ไปเข้าฟิตเนสหรือซื้ออาหารคลีนมาทานเอง ทุกอย่างผมทำอยู่ที่บ้านและมีแม่บ้านคอยช่วยเหลือเรื่องการทำอาหารอีกคนนึง

ทั้งนี้เจ้าของกระทู้ยังยกตัวอย่างอาหารใน 1 วันที่รารับประทานกันแบบชิลๆ โดยไม่คำนึงถึงแคลอรี่ให้ดูกัน
–    มื้อเช้า ข้าวมันไก่ 1 ห่อ (600kcal) + กาแฟเย็นซักแก้ว (250kcal)
–    มื้อกลางวัน ข้าวกระเพราหมู+ไข่ดาว (600kcal) + ขนมทานเล่นนิดหน่อย (100-200kcal)
–    มื้อเย็น ราดหน้า (400kcal) + โค้กขวด (150kcal)
ดังนั้น ทั้งหมดใน 1 วัน ผมรับประทานไปทั้งสิ้น 600+250+600+200+400+150 = 2200 แคลอรี่ ซึ่งมีค่าที่ต่ำกว่าเป้าที่เราตั้งไว้ที่ 2500 แคลอรี่ นั้นแสดงว่า วันนั้นเรามีการเผาพลาญไขมันไปแล้ว 2500-2200 = 300 แคลอรี่นั้นเองครับ และถ้าเราทานแบบนี้ต่อเนื่องกัน ประมาณ 1 เดือน นั้นคือเราเผาพลาญทั้งหมด 300*30 = 9000 แคลอรี่ หรือ เราลดน้ำหนักได้ ประมาณ 1 กก. นิดๆนั้นเองครับ

แล้วเรามาลอง คำนวณแบบ อาหารคลีนกันดูน่ะครับ
–    มื้อเช้า โจ๊คหมู (150kcal) + น้ำเปล่า (0kcal)
–    มื้อกลางวัน ข้าวเปล่า 1 ถ้วย (200kcal) + แกงจืดหมูสับ (150-200kcal)
–    มื้อเย็น โยเกริต์ Low fat (100kcal) + ผลไม้แตงโม (150kcal)
แสดงว่าทั้งวันเรารับประทานทั้งหมด 150+0+200+150+100+150 = 750 แคลอรี่ เท่านั้นเองครับ โดยที่ร่างกายเรายังเผาพลาญถึง 2500 แคลอรี่ กินเข้าไปแค่ 750 แคลอรี่ แสดงว่า วันนั้นร่างกายเราเผาพลาญไขมันไปถึง 2500-750 = 1750 แคลอรี่ เลยทีเดียวครับ และถ้าเรารับประทานแบบนี้ 1 เดือน 1750*30 = 52500 แคลอรี่ หรือ เราลดน้ำหนักได้ ถึง 6.8 กิโลกรัม เลยทีเดียวครับ

ขอขอบคุณข้อมูล  F74