สยอง!! หนุ่มสาวขับมอไซค์ตามรถพ่วงเห็นบางอย่างผิดสังเกต พอเรียกรถจอดเท่านั้นแหละแทบช็อก

สยอง!! หนุ่มสาวขับมอไซค์ตามรถพ่วงเห็นบางอย่างผิดสังเกต เพราะเห็นคล้ายมีคนติดที่รถพ่วง แต่พอให้รถพ่วงหยุดแค่นั้นแหละ กลับพบว่ามีศพคนตายติดมาโครงเหล็กข้างรถพ่วง 22 ล้อ บรรทุกน้ำมัน ที่บริเวณหลัก กม.ที่ 3 – 4 เชิงสะพานห้วยแฮด ถ.ศรีสะเกษ – อุบล ต.โพธิ์ อ.เมืองศรีสะเกษ โดยที่คนขับรถพ่วงไม่รู้ว่ามีศพติดมาได้ยังไง เพราะไม่มีการเฉี่ยวชน

1

พบรถบรรทุกน้ำมันพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82 – 8764 อุบลราชธานี และตัวพ่วงหมายเลขทะเบียน 82 – 4710 อุบลราชธานี ด้านข้างรถพบศพของชายคนหนึ่งสภาพศพสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวลายทาง สวมกางเกงยีนส์ มีบาดแผลบริเวณใบหน้า ศีรษะและตามร่างกายหลายแห่ง

2

สภาพศพคาดว่าเสียชีวิตมานานประมาณ 45 นาที ใกล้กันพบ นายโจม อายุ 66 ปี ชาวบ้านหนองห้าง นาคำ ต.นาคำ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นคนขับรถพ่วงคันที่เกิดเหตุยืนรอพบพนักงานสอบสวน

3

จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.กฤษณา อายุ 21 ปี ซึ่งเป็น น.ศ.อยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของ จ.ศรีสะเกษ และเป็นคนพบศพให้การว่า ตนได้นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ของเพื่อนชายเพื่อที่จะเดินทางเข้าไปในตัวเมืองศรีสะเกษ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าห้างแม็คโคร พบว่า บริเวณโครงเหล็กด้านข้างซ้ายของรถพ่วงบรรทุกน้ำมันมีร่างของชายคนหนึ่งพับอยู่ที่โครงเหล็ก โดยส่วนหัวอยู่ด้านในรถ ส่วนขาอยู่ด้านนอกร่างงอพับอยู่

4

ตนจึงได้ให้เพื่อนชายเร่งขับรถ จยย.แซงไปด้านหน้ารถพ่วง และแจ้งให้คนขับรถพ่วงทราบ ซึ่งคนขับรถพ่วงได้จอดรถบริเวณที่เกิดเหตุ เมื่อลงมาดูพบว่า มีร่างของชายคนหนึ่งพับอยู่ จึงได้อุ้มเอาร่างของชายคนดังกล่าวลงมาและพบว่าเสียชีวิตแล้ว โดยไม่พบหลักฐานในตัวว่าชายคนที่เสียชีวิตเป็นใคร และมาติดอยู่ที่โครงเหล็กของรถได้อย่างไร

5

นายโจม อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถพ่วงให้การเบื้องต้นว่า ตนกำลังขับรถพ่วงบรรทุกน้ำมันออกจาก จ.อุบลราชธานี เพื่อที่จะไปรับน้ำมันที่ จ.สระบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีเด็ก 2 คน ขับรถจยย.ตามมาแจ้งให้ตนทราบเรื่อง ตนจึงได้จอดรถลงไปดูข้างรถ และพบศพของชายคนหนึ่งร่างงอพับติดอยู่กับโครงเหล็กด้านข้างซ้ายของรถพ่วง

6

ซึ่งตนไม่ทราบว่า ศพของชายคนดังกล่าวมาติดอยู่ที่บริเวณข้างรถพ่วงที่ตนขับอยู่ได้อย่างไร และไม่พบว่ามีรถจยย.หรือว่ารถใดๆ มาเฉี่ยวชนกับรถพ่วงที่ตนขับมาแต่อย่างใดและไม่ทราบว่าศพติดข้างรถมาตั้งแต่เมื่อใด