สุดซ้ำ!! “เจสซี่” นางแบบชื่อดังในโลกโซเชี่ยล หลังเจอมรสุมชีวิตกระหน่ำ แถมคดีข่มขืนไม่คืบ วอนตร.ขอความเห็นใจ

jessie_vard_5778

เป็นอีกหนึ่งคนดังโซเชียลที่หนุ่มทั้งประเทศต่างรู้จักดี สำหรับ “Jessie Vard” นางแบบสาวลูกครึ่งสัญชาติไทยหุ่นเอ็กซ์ หลังจากภาพของเธอถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊คทำให้กระแสความชื่นชอบของเธอแรงมากโดยเฉพาะหนุ่มๆ แต่จะมีซักกี่คนที่รู้ว่าจริงๆแล้วสิ่งที่เธอทำนั้นคือการดิ้นรนเพื่อช่วยคุณพ่อของเธอ Colin Vard ที่โดนสาวไทยตลบหลัง โดยร่วมมือกับเจ้าหนี้เพื่อปลอมแปลงลายเซ็นต์ โคลิน เพื่อมอบโอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นอีกชื่อ ถึงขนาดบ้านก็ถูกขายไปโดยที่นายโคลินไม่เคยรับรู้ รู้ตัวอีกทีก็ถูกกลุ่มคนพร้อมอาวุธขับไล่ตนและครอบครัวออกจากบ้านพัก อีกทั้งตัวเธอเองยัง เคยโดนข่มขืน พรากย์ผู้เยาว์ เป็นคดีความอีก และทุกวันนี้คดีก็ไม่คืบหน้าเลย

screenshot-4777

เรื่องราวนี้ถูกตีแผ่ผ่านเฟนเพจเฟสบุ๊ค Darkside Social  โดยระบุรายละเอียดไว้ว่า 

ดราม่าซ้อนดราม่าไปอีกหวะน้องเจสซี่ ไรนี่ โคตรน่าสงสารลองดูคลปนี้ละกัน แชร์ไปให้โลกรู้ น้องก็เคยโดนลักพาตัว ตัวเค้าก็เคยโดนข่มขืน ครอบครัวเค้าโดนผู้หญิงไทยโกงจนไม่มีที่อยู่ แถมยังโดนเรียกเงินจากพวกที่จะทำคดีให้อีก และโดนยึดบ้านไปอีก แถมเคยโดนพรากย์ผู้เยาว์ เหมือนโดนคนพยายามจะข่มขืนเป็นคดีความอีก และทุกวันนี้คดีก็ไม่คืบหน้าเลยโดนโกงจนหมดตัว แล้วแบบตอนนี้ก็ต้องทำงานหาเงินด้วยตัวเอง

เรื่องคร่าวๆ
เธอคือนักสู้กับความอยุติธรรมที่โด่งดังจากการต่อสู้กับวงจรอุบาว์ทระบบกฏหมายไทยที่ทำให้ครอบครัวเธอจากเคยร่ำรวย กลายเป็นคนไร้ที่ซุกหัวนอน พ่อของเธอคือ Colin Vard ชายสัญชาติไอริช ที่มาอาศัยอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในภาคใต้ และที่นั่นเขาได้ก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขึ้นมาเพื่อให้เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน
.
แต่เงินและทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 65 ล้านบาท ต้องมลายหายไปในพริบตาจากการไว้ใจคนใกล้ชิดซึ่งเป็นอดีตแม่บ้านที่มีบุตรด้วยกัน หรือจะเรียกให้เคลียร์ก็คือ เมียน้อย นั่นแหละ โดยที่เรื่องเกิดจากเธอไปกู้เงินนอกระบบ 6 แสนบาท เพื่อทำธุรกิจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว แต่ดอกเบี้ยท่วมจนเธอจ่ายไม่ไหว เธอจึงร่วมมือกับเจ้าหนี้เพื่อปลอมแปลงลายเซ็นต์ โคลิน ฝรั่งดวงซวย เพื่อมอบโอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นอีกชื่อ ถึงขนาดบ้านก็ถูกขายไปโดยที่นายโคลินไม่เคยรับรู้ รู้ตัวอีกทีก็ถูกกลุ่มคนพร้อมอาวุธขับไล่ตนและครอบครัวออกจากบ้านพัก และโดนหมายศาลตามมาระบุว่า บ้านหลังนี้ขายแล้ว ซึ่งคดีความคงจะจบลงตรงที่การต่อสู้ในชั้นศาล ถ้าระบบความอยุติธรรมไม่เกิดขึ้น โคลิน และครอบครัวถูก คนใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ที่ดิน, นายธนาคาร, บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ,ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ , รวมไปจนถึงทนายความที่เขาว่าจ้างมากับมือ รวมหัวกันฉ่อฉลจนหมดเนื้อหมดตัว

zjk41

.
ย้อนกลับมาที่ Jessie Vard เธอคือหนึ่งในผู้ร่วมชะตากรรมกับคุณพ่อของเธอ แต่แทนที่จะงอมืองอเท้าให้คุณพ่อสู้โดยลำพัง เธอลุกขึ้นมาเป็นอีกแรงเพื่อช่วยคุณพ่อโคลิน โดยใช้ช่องทางโลกออนไลน์อัดคลิป และตั้งเพจทวงคืนความยุติธรรมขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้ ภาษาไทยของเธอไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก แต่เธอก็ถูๆไถๆอัดคลิปนั้นลงเผื่อว่าจะเป็นอาวุธสำคัญให้เกิดแรงโหมกระพือเพื่อต่อสู้กับความอยุติธรรม เธอทำแม้กระทั่งการไปชูป้ายประท้วงหน้าสถานที่ต่างๆเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมร่วมกับคุณพ่อ แต่ล่วงเลยมากระทั่งทุกวันนี้ก็ยังอยู่ในกระบวนการต่อสู้ เธอมักอัดคลิประบายความอัดอั้นอยู่เสมอๆ โดยเธอยึดแรงบันดาลใจจากคุณเบนนี่ ฝรั่งที่โดนคดีปล้นในไทย เขาติดคุก 9 ปี และต่อสู้จนพ้นมลทินมาได้
อ้างอิง คดีข่มขืน 11**/255 ตำรวจนนทบุรีดองคดีตั้งแต่ 08-05-2014 ไม่ส่งต่อคดีให้ ศาล อัยการ และตำรวจ บางบัวทองที่ไม่เคารพสิทธิความเป็นมนุษย์ของ Jessie ตามกฎหมายไทยและกฎหมายสากล
16-10-2015 ผมพยายามผลักดันให้มีการดำเนินคดี แต่ 20-10-2015 เมื่อผมไปถึงสถานีตำรวจ นนทบุรี ตำรวจไม่สนใจผม หนำซ้ำ หัวหน้าหน่วยสืบสวน ยังทำเหมือนเป็นเรื่องตลกต่อหน้าคนทั้งโรงพัก ผมได้ถ่ายวีดีโอ ไว้ด้วย
ตำรวจนนทบุรีอ้างว่า คนขับแทกซี่ที่ลักพาตัวและข่มขืน Jessie ยังอยู่ในคุกที่โคราช พวกเขาไม่สนใจจะทำอะไรเลย แม้ว่าผมจะขอให้ตรวจสอบ เลขทะเบียนรถแทกซี่ที่ ผมเห็นเขาขับ วันที่ 05-08-2012 เพื่อมาข่มขู่พวกเรา
สงสัย การข่มขืน และคุกคามผู้เยาว์ จะไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรง
– สิ่งที่เกิดขึ้น
– ตำรวจไม่เคยตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเลย
-ไม่มีการสืบสวนพนักงาน โรงแรม Paradise
-โรงแรม Paradise ให้ห้อง และแอลกอฮอร์ ทั้งๆ ที่มีผู้เยาว์ ตั้งแต่บ่ายโมง
-พนักงาน โรงแรม Paradise ปฎิเสธความร่วมมือต่อการสืบสวน
– ผมเรียกร้องให้ตำรวจผู้หญิงสอบปากคำ Jessie แต่โดนปฎิเสธ
– Jessie โดนสืบสวนกึ่งข่มขู่โดยตำรวจผู้ชายกลางโรงพัก และไม่ให้ผมอยู่ข้าง Jessie ด้วย
– เขาบังคับ ให้ลงบันทึกประจำวันทั้งๆ ที่Jessie ไม่อยู่ในสภาพที่พร้อม ทั้งเศร้า และยังมึนจากฤทธิ์ ยาและ แอลกอฮอร์
– ผมขอตำรวจผู้หญิง ล่าม ทนาย และแพทย์ ตามกฎหมาย แต่ถูกปฎิเสธ หมด
– หัวหน้าตำรวจ ไม่ยอม แจ้งไปทางสถานทูต ไอร์แลนด์ตามกฎหมาย เขาบอกว่า เงียบไว้ดีกว่า
– ไม่ยอมให้แพทย์ตรวจ Jessie
– ไม่ยอมถ่ายสำเนา บันทึกประจำวัน ให้
– ไม่ยอมถ่ายสำเนา การตรวจทางการแพทย์ให้
– ไม่ส่งหลักฐานให้ศาล
– อัยการ ไม่ยอมยื่นฟ้องบริษัทแทกซี่และ โรงแรม Paradise
– เขายังโกหกแบบด้านๆ ให้ Jessie ไปฟ้องรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เพื่อค่าชดเชย 3 ล้านบาท
– อัยการไม่มาที่ศาลด้วย
– ศาลไม่ให้ทนาย ล่าม ตำรวจผู้หญิง หรือผู้ดูแล
– การตัดสินคดี ทำในศ่าลเปิด
– ไม่มีการเบิกพยาน
– บังคับให้ Jessie นั่้ง ข้าง คนขับแทกซี่ที่ ลักพาตัวและข่มขืนเธอ
– ยอมให้ คนขับแทกซี่ และครอบครัว ข่มขู่ เธอ ทั้งในและนอกศาล
– ไม่มีการลงโทษใดๆ คนขับแทกซี่
– ผู้พิพากษาหัวเราะใส่ Jessie
– หลังจากเรากลับมาบ้านก็ไม่มีการติดต่อ จากตำรวจ หรือ ความช่วยเหลือใดๆ
อัยการ ไม่ติดต่อเรามาเลยตั้งแต่ 23-05-2014
– เงินชดเชย เหยื่อข่มขืน 3 ล้านบาทก็เป็นเรื่องโกหกของอัยการ Jessie ได้รับเงินชดเชยเพียง 15000 บาท
สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงและเด็กกล่าวว่า;
ก) ต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้ทำการสอบสวนเพศหญิงระหว่างการสอบสวนและกระบวนการทางกฎหมาย
ข) ต้องมีตำรวจหญิงระหว่างการสอบสวนและกระบวนการทางกฎหมาย
ค) จะต้องมีสมาชิกของ One Stop Crisis Centre หรือ OSCC
ง) ควรมีการจัดเตรียมทนายไว้ให้เหยื่อ
จ) ควรมีการจัดเตรียมล่ามไว้ให้เหยื่อ
ช) ควรมีการจัดเตรียมนักจิตวิทยาไว้ให้เหยื่อ

untitled-227