มนุษย์เงินเดือนว่าไง?! ประกันสังคมจ่อปรับเงินส่งสมทบจาก 750 เป็น 1,000 มีผล มกราคม 60 เช็ครายละเอียดด่วน

ทางสำนักงานประกันสังคมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรับปรุง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2558 โดยจะปรับปรุงจำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม กรณีผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมอัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 1,650 บาท และสูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน เป็นต่ำสุดมี 2 แนวทาง คือ 3,600 บาท หรือ 4,500 บาท และสูงสุดเป็น 20,000 บาทต่อเดือน

ahr0cdovl3aylmlzyw5vb2suy29tl21ulzavdwqvnzyvmzgwnzyxl21vbmv5ahvimdkwntu5lmpwzw

และกรณีมาตรา 39 ซึ่งเดิมใช้ฐานค่าจ้างที่ 4,800 บาทต่อเดือน อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะปรับเพิ่มมาเป็นที่ 7,800 บาท หรือ 6,700 บาทต่อเดือน เป็นการพิจารณาปรับเพิ่มในรอบ 26 ปี ตั้งแต่ที่มีการก่อตั้ง สปส. มา

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะกรณีก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยหลักการเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์และความมั่นคงของชีวิต นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาปรับเพิ่มทุกๆ 5 ปี เบื้องต้นจะมีการออกเป็นกฎกระทรวง เนื่องจากการแก้ พ.ร.บ. ประกันสังคม มีการใช้เวลานาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ 4 ภาค ผ่านมาแล้ว 2 ครั้ง ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปรับฐานการคำนวณเงินสมทบใหม่ แต่มีบางส่วนเห็นว่าควรปรับตามสภาพเงินเดือนของแต่ละคน เพราะบางคนเงินเดือนสูงก็อยากให้มีการจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเป็นหลักประกันในยามชราภาพ

การปรับเพิ่มฐานการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคมจะมีผู้ได้รับผลกระทบเพียง 20% ของผู้ประกันตนทั้งหมด 13 ล้านคน หรือคิดเป็น 2.6 ล้านคน ปัจจุบันลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตน จะต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในอัตรา 5% ของเงินเดือน

44-500x281

โดยผู้ที่รายได้เดือนละ 15,000 บาทหรือสูงกว่าเดือน 15,000 บาท ต้องจ่ายเงินสมทบในส่วนของลูกจ้างสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน แต่หากปรับฐานจำนวนเงินที่นำมาคำนวณเป็นเงินสมทบประกันสังคมตามเกณฑ์ใหม่ คือ เพิ่มเงินเดือนขั้นสูงเป็น 20,000 บาท จะทำให้ผู้ที่มีรายได้เดือนละ 20,000 บาทหรือสูงกว่า 20,000 บาท ต้องจ่ายเงินสมทบเป็นสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน

ซึ่งขณะนี้ได้ส่งให้กระทรวงแรงงานพิจารณาให้เร็วที่สุด คาดว่า จะแล้วเสร็จภายใน ม.ค. 2560 และจะออกเป็นกฎกระทรวงแรงงาน ซึ่งอย่างต่ำจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยืนยันว่า การปรับเพิ่มฐานคำนวณในครั้งนี้ เพื่อความมั่นคงของผู้ประกันตน เพราะเงินที่เพิ่มขึ้นก็ไปเพิ่มในสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของเงินออมและเงินชดเชยการขาดรายได้

อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับเพดานเงินสมทบใหม่ในครั้งนี้ ส่วนของนายจ้างย่อมได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นแก่กลุ่มนายจ้าง แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เพื่อเสริมสร้างให้ลูกจ้างมีหลักประกันที่มั่นคงขึ้น เชื่อว่า คนส่วนมากเห็นด้วยกับการปรับครั้งนี้ ซึ่งหากลูกจ้างมีขวัญกำลังใจที่ดี ไม่มีความกังวลในเรื่องของเงินออม ก็จะทำให้การทำงานออกมามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น