ยังจำเค้าคนนี้ได้ไหม!! “หนุ่มชาวซีเรียเร่ขายปากกาเลี้ยงลูก” ล่าสุดกลายเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของ 3 ธุรกิจ เผยรายได้ต่อปีมีอึ้ง สุดยอดมนุษย์พ่อ

ยังเค้าคนนี้จำได้ไหม!! “หนุ่มชาวซีเรียเร่ขายปากกาเลี้ยงลูก” ในเมืองเบรุต ประเทศเลบานอน จนกลายเป็นภาพที่น่าหดหู่และข่าวดังไปทั่วโลก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชีวิตของคุณพ่อรายนี้ก็ค่อยๆ ดีขึ้น โดย 3 ธุรกิจนี้สามารถสร้างรายได้ให้เขามากถึง 191,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6.8 ล้านบาททีเดียว

6

นาย Abdul Halim al-Attar ชาวปาเลสไตน์ที่อพยพมาจากประเทศซีเรียในช่วงที่เกิดสงคราม และมาทำอาชีพขายปากกาในเมืองเบรุต ประเทศเลบานอน หลังจากที่เรื่องของเขากลายเป็นข่าวดัง เขาก็นำภาพของเขาเองมาตั้งแคมเปญในเว็บไซต์ Crowndfunding เพื่อระดมทุนมาทำธุรกิจ

1

และด้วยชื่อเสียงอันโด่งดัง ทำให้เขาสามารถระดมทุนได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้เขาสามารถเปิดธุรกิจได้ 3 ธุรกิจ นั่นก็คือ ร้านเบเกอรี่ ร้านเคบับ และร้านอาหารเล็กๆ โดย 3 ธุรกิจนี้สามารถสร้างรายได้ให้เขามากถึง 191,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6.8 ล้านบาททีเดียว

3

นาย Abdul กล่าว่าธุรกิจทั้ง 3 ของเขากำลังไปได้ดี จนตอนนี้เขามีลูกจ้างแล้วกว่า 16 คน จากที่ตอนแรกชีวิตของเขาแทบไม่มีอะไร แต่ตอนนี้เขาดีขึ้นมาก มีบ้านให้ลูกและตัวเองได้อาศัย แถมยังส่งลูกสาวเรียนหนังสืออีกด้วย เขาได้มอบเงินเกือบ 9 แสนบาทเพื่อช่วยเหลือเพื่อนๆ และญาติของเขาที่อยู่ในซีเรีย “ไม่ใช่แค่ชีวิตผมที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่ชีวิตของลูกและชีวิตของชาวซีเรียที่ผมช่วยเอาไว้ยังเปลี่ยนไปด้วย”

5

หลังจากที่ Al-Attar เริ่มมีธุรกิจและประสบความสำเร็จ ผู้คนรอบข้างก็เริ่มให้ความสนใจและมองว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนมากขึ้น “พวกเขาทักทายกับผมแบบเป็นมิตรมากขึ้น พวกเขาเคารพผมมากขึ้น”

2

.

In this picture taken on Thursday, Nov. 26, 2015, Abdul Halim al-Attar, left, watches one of his employees, at his restaurant in Beirut, Lebanon. Abdul Halim al-Attar, a refugee from Syria who was photographed selling pens in the streets of Beirut, is now running three businesses in the city after an online crowdfunding campaign in his name collected $191,000. The 33-year-old father of two opened a bakery two months ago and has since added a kebab shop and a small restaurant to his business venture. (AP Photo/Hussein Malla)

เรื่องของชายคนนี้นับว่า ควรเอาเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะการที่บ้านเมืองของเขามีสงคราม มันช่างเจ็บปวดและน่าหดหู่มาก แต่เขาสามารถสร้างชีวิตที่ดีขึ้นมาได้ และเมื่อดีขึ้นมาแล้ว เขายังช่วยเหลือคนที่หนีมาจากสงครามให้มีงานทำอีกด้วย นับถือเลยค่ะ